8 ประการความผิดพลาดในการทำเว็บไซต์

เดี๋ยวนี้อยากจะมีเว็บไซต์ซักเว็บไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาอยู่ที่จะมีเว็บไซต์ที่ดีจะทำอย่างไร เว็บไซต์ที่ดีนั่นต้องดีทั้งกับคนอ่านแล้วก็ bot จาก Search Engine จากค่ายต่างๆด้วย ลองเริ่มมาดูกันว่าเว็บไซต์เรามีของผิดผลาดอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง

1 Page Title ยาวเกิน 70 ตัวอักษร

Page Title จะเป็นส่วนสำคัญที่บอกว่าเนื้อหาหน้านี้เกี่ยวกับอะไร ซึ่งถ้า Page Title ยาวเกิน Search Engine ก็จะทำการตัดส่วนที่ยาวเกินออกไป ยิ่งถ้า keyword ที่สำคัญอยู่ส่วยท้ายๆแล้วจะทำให้คนอ่านมองว่าเว็บนั้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังมองหาอยู่ จึงไม่ได้เข้าไปดูเนื้อหาจากเว็บเรา

2 Meta Description ยาวเกิน 150 ตัวอักษร

ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมเนื้อหาในหน้าเว็บเพจของเรา ลักษณะจะคล้ายกับ Page Title คือ ถ้า Meta Description ยาวเกินไปก็จะทำให้ผลการค้นหาใน Search Engine ถูกตัดส่วนที่เกินออกไป

3 Page Title ใช้ คีย์เวิร์ด ไม่เหมาะสม

จากข้อจำกัดเรื่องความยาวของ Page Title แล้ว เราจึงควรเลื่อก คีย์เวิร์ด ที่เหมาะสม หลักการตั้งชื่อ Page Title คือควรใช้ คีย์เวิร์ด ที่น่าจะมีการใช้เพื่อค้นหา (User’s Search Term) จริง ซึ่งจะมีผลการทำอันดับทั้ง Search Engine และ จะทำให้คนค้นหามองว่าเว็บเราเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เค้าต้องการหาจริงๆ

4 Domain กำลังจะหมดอายุ

Search Engine  จะมองอายุของโดเมนเพื่อนำมาวิเคาะห์และจัดอันดับ ถ้าโดเมนที่มีอายุน้อย หรือกำลังจะหมด ทาง Search Engine จะมองว่ามีโอกาสเป็นเว็บที่ไม่มีคุณภาพ และมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเว็บสแปม

5 รูปภาพไม่ได้ใส่ tag ALT

Search Engine ไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจรูปได้ ดังนั้นการใช้ tag ALT กับรูป จะเป็นส่วนช่วยให้ Search Engine เข้าใจรูปและเนื้อหาของเว็บมากขึ้น

6 สร้าง แบบฟอร์ม  ยาวเกินไป

สำหรับเว็บที่ต้องการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน ควรจะคำนึงถึงความยาวของแบบฟอร์ม ซึ่งไม่ควรมีความยาวจนเกินไป ตัดบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป อย่างเช่น ถ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ อาจถามแค่จังหวัด หรือ ถ้าต้องการข้อมูลวันเกิด อาจถามแค่ปีเกิด

7  ตัวอักษรน้อยไป

Search Engine จะสามารถอ่านเนื้อหาที่เป็น ตัวอักษร ได้ดีที่สุด ดังนั้นไม่ควรที่จะใช้รูปภาพหรือแฟลชเยอะ จนทำให้บทความที่มีตัวอักษรน้อยจนเกินไป และที่สำคัญอย่าลืมแทรกคีย์เวิร์ดในบทความด้วย

8 ลืมใช้ Google Analytics

จริงๆแล้วอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ Google Analytics ก็ได้ อาจจะเป็นตัวเก็บสถิติตัวอื่นๆ  เพื่อที่จะสามารถวิเคาระห์อัตราการเข้าชมเว็บ ช่องทางการเข้าชม และส่วนต่างๆ เพื่อนำมาใช้พัฒนาปรังปรุงเว็บต่อไป

Related posts:

  1. แนะนำ WordPress Plugin ที่ขาดไม่ได้
  2. สรุปภาพรวมการทำ SEO ในแบบ Infographic
  3. ขั้นตอนการลบหน้าเว็บออกจากหน้าค้นหาของ Google
  4. หน้าตาของ กูเกิล เปลี่ยนไป
  5. พื้นฐานที่ไม่ควรมองข้ามในการปรับแต่ง wordpress ให้เร็วขึ้น
You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply